ฉีดยาซิฟิลิส รักษาอย่างไร? เจ็บไหม? หายขาดได้จริงหรือเปล่า?

ฉีดยาซิฟิลิส

การ ฉีดยาซิฟิลิส หรือเชื้อซิฟิลิส (Syphilis) เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เคยถูกมองว่า “หายไปจากสังคม” แต่ความจริงในปี 2025 กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขไทยเผยว่าอัตราการติดเชื้อซิฟิลิสในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือไม่เคยเข้ารับการตรวจโรคติดต่อทางเพศมาก่อน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่หลายคนมองข้าม

“Quicky"

ข่าวดีคือ ซิฟิลิสเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ 100% หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ และหนึ่งในวิธีรักษาที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกคือ “การฉีดยาเพนิซิลลิน” ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้มายาวนาน แม้ฟังดูน่ากลัวสำหรับบางคน แต่การฉีดยาซิฟิลิสในปัจจุบันนั้นปลอดภัย ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

บทความนี้จะพาคุณไปเข้าใจทุกมิติของการฉีดยาซิฟิลิส ตั้งแต่กระบวนการรักษา การเตรียมตัวก่อนฉีด ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น จำนวนเข็มที่ต้องรับในแต่ละระยะของโรค ไปจนถึงข้อควรระวังหลังการรักษา พร้อมข้อมูลล่าสุดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าการดูแลสุขภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไป แต่คือ “ความกล้าหาญ” ที่ทุกคนควรมี

Love2test

ซิฟิลิส: โรคโบราณที่ยังไม่เคยหายไป

Table of Contents

ซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ถูกค้นพบมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 แต่กลับยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่พบอัตราการติดเชื้อ เพิ่มสูงขึ้นถึง 3 เท่าในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15–24 ปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

“ChatLove2test"

สาเหตุที่ยังระบาดอยู่ ได้แก่:

  • ขาดการตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ

  • เข้าใจผิดว่าอาการหายแล้วคือ “หายขาด”

  • ใช้ถุงยางอนามัยไม่สม่ำเสมอ

  • มีกลุ่มคนใช้ยาเสพติดและมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน (Chemsex)

ซิฟิลิสจึงไม่ใช่แค่ปัญหาทางร่างกาย แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาด้านสุขภาพจิต เพศ และความเข้าใจเรื่องโรคติดต่อในสังคมด้วย

“PrEPLove2test"

ฉีดยาซิฟิลิสคืออะไร? และทำไมยังเป็นมาตรฐานจนถึงทุกวันนี้

แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะพัฒนาไปไกล แต่การรักษาซิฟิลิสยังคงใช้ “Penicillin G Benzathine” หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า ยาฉีดเพนิซิลลิน เพราะยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและถูกที่สุด

ลักษณะของยานี้คือ:

  • เป็น ยาฆ่าเชื้อชนิดออกฤทธิ์นาน (long-acting antibiotic)

  • ฉีด เข้ากล้ามเนื้อสะโพก

  • ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ยาวนาน 2–4 สัปดาห์

  • ครอบคลุมเชื้อซิฟิลิสได้ดีแม้ในระยะที่ไม่มีอาการ

ฉีดกี่เข็ม? ตารางการรักษาที่ควรรู้ตามแนวทางแพทย์

ระยะของโรค จำนวนเข็ม ความถี่
ซิฟิลิสระยะที่ 1 หรือ 2 1 เข็ม ครั้งเดียว
ซิฟิลิสระยะแฝง < 1 ปี 1 เข็ม ครั้งเดียว
ซิฟิลิสระยะแฝง > 1 ปี หรือไม่ทราบระยะ 3 เข็ม ห่างกันสัปดาห์ละ 1 เข็ม
ซิฟิลิสที่ลุกลามถึงระบบประสาท เข็มทุก 4 ชม. 10–14 วัน ติดต่อกัน

หากคุณไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นซิฟิลิสระยะไหน แพทย์จะทำการตรวจเลือดและสอบถามประวัติเพื่อประเมินก่อนวางแผนการรักษา

ก่อนฉีดยา ต้องเตรียมตัวยังไง?

1. แจ้งแพทย์หากมีอาการแพ้ยาเพนิซิลลิน

หากเคยแพ้เพนิซิลลินรุนแรง อาจต้องทดสอบหรือพิจารณาใช้ยาทางเลือก

2. งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนฉีด

เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่

3. เตรียมใจรับอาการ “Jarisch-Herxheimer Reaction”

คืออาการที่ร่างกายตอบสนองต่อการตายของเชื้อ เช่น ไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ คล้ายไข้หวัดใหญ่ ซึ่งพบได้ใน 10–40% ของผู้ที่ฉีดยาครั้งแรก

ประสบการณ์ของผู้เคยฉีดยาซิฟิลิส

“ฉีดไปแค่ 1 เข็มก็หายแล้วครับ ที่แรกผมไม่กล้าไปหาหมอ แต่พอไปจริง ๆ หมอก็ให้คำแนะนำดีมาก ไม่มีใครมองแปลกเลย” – ผู้ใช้บริการคลินิกนิรนาม

“ผมติดจากการมีเซ็กส์โดยไม่ป้องกันกับแฟนใหม่ พอรู้ผลก็รีบไปฉีด ครบ 3 เข็ม ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ตอนนี้ตรวจเลือดซ้ำไม่เจอเชื้อแล้ว” – ผู้มีประสบการณ์จากคลินิกเอกชน

เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การฉีดยาซิฟิลิสไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด และสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับซิฟิลิสและการฉีดยา

ความเข้าใจผิด ความจริง
ซิฟิลิสหายเองได้ จริงบางระยะ แต่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกายและลุกลามต่อ
ฉีดยาแล้วจะมีผลข้างเคียงรุนแรงเสมอ ส่วนใหญ่มีอาการน้อยและหายเองภายใน 1–2 วัน
รักษาเฉพาะตอนมีอาการก็พอ อันตราย! เพราะระยะแฝงไม่มีอาการแต่ยังแพร่เชื้อได้
ใช้สมุนไพรรักษาแทนได้ ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่ารักษาได้จริง

ผลข้างเคียงหลังฉีดยาซิฟิลิสที่พบบ่อย

  • ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด

  • ไข้ หนาวสั่น

  • ผื่นลมพิษ

  • อาการ Jarisch-Herxheimer

  • คลื่นไส้หรือวิงเวียนเล็กน้อย

ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันที

ติดซิฟิลิสซ้ำได้ไหม? ต้องฉีดใหม่หรือไม่?

ติดซิฟิลิสซ้ำได้ไหม

คำตอบคือ “ติดซ้ำได้” และพบได้บ่อยมากในกลุ่มเสี่ยง แม้จะเคยฉีดยารักษามาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะไม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

ในกรณีนี้ แพทย์จะต้อง:

  • ตรวจเลือดอีกครั้ง

  • ประเมินระยะของการติดเชื้อใหม่

  • ฉีดยาซ้ำตามแนวทางที่เหมาะสม

ประเทศไทยรับมือกับการระบาดซิฟิลิสอย่างไรในปี 2025?

1. ขยายการเข้าถึงบริการ

  • คลินิกนิรนาม

  • คลินิกเฉพาะทางโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • ศูนย์สุขภาพชุมชน

2. รณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดีย

แคมเปญจากกระทรวงสาธารณสุข เช่น “ตรวจให้ชัวร์ ก่อนชัวร์ว่าปลอดภัย” และ “รักได้ แต่ต้องรู้”

3. ส่งเสริมการใช้ PrEP และ Doxy-PEP

เพื่อป้องกัน HIV และซิฟิลิส โดยเฉพาะในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM)

ฉีดยาซิฟิลิสฟรี ได้ที่ไหนบ้าง?

  • โรงพยาบาลของรัฐ ทั่วประเทศ

  • คลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย (กรุงเทพฯ)

  • คลินิก Hugsa เชียงใหม่

  • โครงการ Love2Test: แพลตฟอร์มจองคิวตรวจและรับการรักษาออนไลน์ ที่ให้ข้อมูลสถานพยาบาลที่ร่วมโครงการและปลอดภัย

ฉีดยาซิฟิลิส ไม่ใช่ตราบาป แต่คือการเริ่มต้นใหม่

การฉีดยาซิฟิลิสอาจดูน่ากลัวสำหรับบางคน แต่แท้จริงแล้ว มันคือ “เครื่องมือสำคัญในการหยุดวงจรของโรคนี้” หากคุณกล้าตรวจ กล้ารักษา และป้องกันตัวเองและคนที่คุณรักอย่างถูกวิธี

แหล่งอ้างอิง:

  1. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Syphilis – STD Treatment Guidelines.

  2. World Health Organization (WHO). Guidelines on syphilis screening and treatment.

  3. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2566

  4. มูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation). ข้อมูลสุขภาพทางเพศและการเข้าถึงบริการสำหรับ LGBTQ+ ในไทย

Search