HPV ในผู้ชาย เสี่ยงมะเร็งทวารหนักมากกว่าที่คิด

HPV ในผู้ชาย เสี่ยงมะเร็งทวารหนักมากกว่าที่คิด

เชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) มักถูกพูดถึงในแง่มะเร็งปากมดลูก แต่ความจริงคือเชื้อนี้มีผลต่อผู้ชายไม่ต่างกัน โดยเฉพาะ HPV ในผู้ชาย และมะเร็งทวารหนักซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ทั้งในประเทศตะวันตกและเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย

“Quicky"

สถิติจาก Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ของสหรัฐฯ ระบุว่าอัตรามะเร็งทวารหนักในผู้ชายเพิ่มขึ้นกว่า 30% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV โดยตรง ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นไปอีก เนื่องจากการติดเชื้อ HPV เรื้อรังในบริเวณทวารหนักเป็นตัวกระตุ้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเซลล์จนกลายเป็นมะเร็ง

HPV คืออะไร? เข้าใจพื้นฐานก่อน

HPV เป็นไวรัสที่ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวต่อผิว โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ ปัจจุบันพบว่ามีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และกว่า 40 สายพันธุ์ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์โดยตรง

  • สายพันธุ์เสี่ยงต่ำ (Low-risk HPV): เช่น HPV-6 และ HPV-11 มักทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ไม่กลายเป็นมะเร็ง

  • สายพันธุ์เสี่ยงสูง (High-risk HPV): เช่น HPV-16 และ HPV-18 มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งทวารหนัก

HPV มักไม่แสดงอาการทันที ผู้ที่ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่รู้ตัว แต่สามารถแพร่เชื้อต่อได้ และหากเป็นสายพันธุ์เสี่ยงสูง เชื้ออาจคงอยู่และทำให้เกิดเซลล์ผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งได้ในระยะยาว

“ChatLove2test"

การติดต่อ HPV ในผู้ชาย

การติดต่อ HPV ในผู้ชายสามารถเกิดขึ้นได้หลายทาง โดยเฉพาะจากพฤติกรรมทางเพศที่ไม่มีการป้องกัน การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักถือเป็นความเสี่ยงสูงที่สุด เพราะเยื่อบุทวารบางและฉีกขาดได้ง่าย ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้สะดวก ขณะเดียวกันเพศสัมพันธ์ทางปากก็เป็นอีกช่องทางที่ทำให้เชื้อ HPV เข้าสู่ช่องปากและลำคอ ซึ่งอาจนำไปสู่มะเร็งช่องคอหอยในระยะยาว นอกจากนี้ การสัมผัสผิวต่อผิวบริเวณอวัยวะเพศ แม้จะไม่ได้มีการสอดใส่อย่างเต็มรูปแบบ ก็สามารถแพร่เชื้อได้เช่นกัน ที่สำคัญคือผู้ชายจำนวนไม่น้อยอาจเป็นพาหะของ HPV โดยไม่รู้ตัว เพราะเชื้ออาจไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ แต่ยังสามารถแพร่ไปสู่คู่นอนได้อย่างง่ายดาย ทำให้ HPV เป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายได้รวดเร็วและกว้างขวางในสังคม

ทำไมผู้ชายถึงเสี่ยงมะเร็งทวารหนักจาก HPV

แม้มะเร็งทวารหนักจะไม่พบมากเท่ามะเร็งปอดหรือมะเร็งตับ แต่สัดส่วนของผู้ชายที่ป่วยจากการติดเชื้อ HPV กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสายพันธุ์ HPV-16 และ HPV-18 ที่ถือเป็นตัวการสำคัญซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุทวารและนำไปสู่การเกิดมะเร็ง งานวิจัยในสหรัฐฯ ยังพบว่า กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) มีความเสี่ยงต่อมะเร็งทวารหนักสูงกว่าผู้ชายทั่วไปถึง 20–30 เท่า ขณะที่ผู้ชายที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่ใช้ยากดภูมิ ก็มีแนวโน้มเกิดการติดเชื้อ HPV เรื้อรังมากขึ้น และหากร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้ การติดเชื้อซ้ำหรือการคงอยู่ของเชื้อในระยะยาวอาจทำให้เซลล์เกิดการกลายพันธุ์และพัฒนาไปสู่มะเร็งในที่สุด

“PrEPLove2test"

อาการที่ควรจับตา: HPV และมะเร็งทวารหนัก

หลายครั้งมะเร็งทวารหนักเริ่มต้นแบบเงียบ ๆ แต่อาการที่ควรระวังมีดังนี้:

  • เลือดออกทางทวารโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • ปวด แสบ หรือคันรอบทวารหนัก

  • มีก้อนหรือตุ่มนูนผิดปกติ

  • การขับถ่ายผิดปกติ รู้สึกอุดตันหรือเจ็บปวด

  • มีของเหลวหรือตกขาวออกจากทวารหนัก

อาการเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าคือมะเร็ง แต่หากเกิดขึ้นควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

การตรวจและวินิจฉัย HPV ในผู้ชาย

การตรวจมีความสำคัญอย่างมากเพราะช่วยให้พบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น วิธีตรวจที่ใช้ในผู้ชายมีหลายแบบ เช่น Anal Pap Test ซึ่งคล้ายกับการตรวจแปปสเมียร์ในผู้หญิงแต่ใช้กับเยื่อบุทวารหนักโดยตรง หรือ HPV DNA Test ที่สามารถตรวจหาเชื้อ HPV และระบุได้ว่าสายพันธุ์ที่พบจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงหรือไม่ นอกจากนี้ยังมี High-resolution anoscopy (HRA) ซึ่งเป็นการส่องกล้องเพื่อดูเยื่อบุทวารอย่างละเอียดและหาความผิดปกติหรือรอยโรคระยะเริ่มต้น รวมไปถึงการตรวจร่างกายทั่วไปที่แพทย์อาจใช้มือ (Digital Rectal Exam) เพื่อตรวจหาความผิดปกติในบริเวณทวารหนัก การตรวจเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สามารถวินิจฉัยและรักษาได้ทันก่อนที่โรคจะลุกลามรุนแรง

วัคซีน HPV: เกราะป้องกันที่ผู้ชายก็ต้องมี

วัคซีน HPV เกราะป้องกันที่ผู้ชายก็ต้องมี

แม้หลายคนคิดว่าวัคซีน HPV มีไว้สำหรับผู้หญิงเท่านั้น แต่ในความจริง ผู้ชายก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน

  • ลดการติดเชื้อ HPV เสี่ยงสูง (HPV-16, HPV-18)

  • ป้องกันหูดหงอนไก่

  • ลดความเสี่ยงการเป็นพาหะ และแพร่เชื้อไปยังคู่นอน

  • ลดโอกาสเกิดมะเร็งทวารหนักและมะเร็งอวัยวะเพศ

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้เด็กชายและเด็กหญิงอายุ 9–14 ปี ได้รับวัคซีน HPV เป็นมาตรฐาน แต่ผู้ชายอายุ 15–26 ปีก็ยังควรฉีด และผู้ใหญ่ 27–45 ปี สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับวัคซีนได้เช่นกัน

วิธีลดความเสี่ยง HPV สำหรับผู้ชาย

การป้องกันไม่ใช่แค่เรื่องวัคซีน แต่คือการดูแลสุขภาพและพฤติกรรมทางเพศ

  • ใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ

  • ลดจำนวนคู่นอน และเลือกความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย

  • ตรวจสุขภาพและตรวจหา HPV เป็นระยะ หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

  • เสริมภูมิคุ้มกันด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารมีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มสุราเกินขนาด

มุมมองสาธารณสุข: ทำไมต้องป้องกัน HPV ในผู้ชายด้วย

หลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และแคนาดา ได้บรรจุวัคซีน HPV ให้กับเด็กผู้ชายแล้ว ส่งผลให้อัตราการติดเชื้อลดลงในประชากรโดยรวม ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าการป้องกันในผู้ชายช่วยลดการแพร่เชื้อและลดภาระโรคในสังคมได้

ประเทศไทยเองก็เริ่มมีการพูดถึงการขยายสิทธิฉีดวัคซีน HPV ให้กับเด็กผู้ชาย ซึ่งหากทำได้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพและลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งจาก HPV ได้ในอนาคต

ตารางเปรียบเทียบความเสี่ยง HPV

กลุ่มประชากร ความเสี่ยงติด HPV ความเสี่ยงมะเร็งทวารหนัก หมายเหตุ
ผู้ชายทั่วไป สูง (50–60% เคยติดเชื้อ) ต่ำ แต่ยังมีโอกาส ส่วนใหญ่ร่างกายกำจัดเชื้อได้เอง
ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) สูงมาก (70–80%) สูงกว่า 20–30 เท่า กลุ่มเสี่ยงหลักที่ควรตรวจคัดกรอง
ผู้ติดเชื้อ HIV สูงมาก สูงมาก (เพิ่ม 80 เท่า) ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้เชื้อคงอยู่
ผู้ชายฉีดวัคซีน HPV ต่ำลงชัดเจน ลดโอกาสเป็นมะเร็งได้มาก ป้องกันสายพันธุ์เสี่ยงสูงได้โดยตรง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ผู้ชายควรฉีดวัคซีน HPV ไหม?
A: ควรฉีด โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ แต่ผู้ใหญ่ก็ยังฉีดได้เพื่อป้องกันสายพันธุ์เสี่ยงสูง

Q: ถ้าเป็นหูดหงอนไก่แล้ว วัคซีน HPV ยังช่วยไหม?
A: วัคซีนไม่สามารถรักษาหูดที่เป็นแล้ว แต่ช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่นในอนาคตได้

Q: ตรวจ HPV สำหรับผู้ชายทำได้ที่ไหน?
A: โรงพยาบาลใหญ่และคลินิกเฉพาะทางบางแห่งมีบริการตรวจ Anal Pap Test หรือ HPV DNA Test ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตรวจ

Q: HPV รักษาหายไหม?
A: ส่วนใหญ่ร่างกายจะกำจัดเชื้อเอง แต่หากเชื้อคงอยู่และเป็นสายพันธุ์เสี่ยงสูง อาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งได้

ผู้ชายก็เสี่ยง HPV ไม่แพ้ผู้หญิง

HPV ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะในผู้หญิง แต่มันเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพผู้ชาย โดยเฉพาะ มะเร็งทวารหนัก ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การรู้เท่าทัน การตรวจเชิงรุก และการฉีดวัคซีน HPV คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยง

เมื่อสังคมเริ่มมองว่า HPV = ปัญหาของทุกคน ไม่ใช่แค่ผู้หญิง เราจะสามารถสร้างระบบสุขภาพที่ปกป้องคนทั้งประเทศจากโรคร้ายที่ป้องกันได้ และทำให้ผู้ชายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

Search