ยาต้านไวรัสเอชไอวีเป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือต้านการแบ่งตัวของเชื้อเอชไอวี ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T-cell มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้สูงสุดถึง 99% หากมีการใช้อย่างถูกวิธี
Exposure prophylaxis เป็นยาที่ทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงโรคอื่น โดยก่อนการรับยาต้องมีการประเมินความเสี่ยงจากประวัติของคนไข้ว่าตรงตามเงื่อนไขการรับยาหรือไม่ ประกอบกับการตรวจเลือดตามมาตรฐานสากล(คนไข้ที่จะรับยาจะต้องมีผล HIV เป็นลบ) และยาในกลุ่มนี้ต้องพิจารณาจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น
รู้จักยาเพร็พ (PrEP)
ยา PrEP ย่อมาจาก pre-exposure prophylaxis หมายถึง การให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีในผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ ก่อนมีการสัมผัสที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากการสัมผัสนั้น
การใช้ยาเพร็พ (PrEP)
- รับประทานตรงเวลาทุกวันไปตลอดช่วงเวลาที่มีความเสี่ยง โดยต้องรับประทานก่อนมีความเสี่ยงอย่างน้อย 7 วัน และต้องรับประทานต่อหลังความเสี่ยงครั้งสุดท้ายอย่างน้อย 4 สัปดาห์
- มีอีกวิธีคือรับประทานยา 2 เม็ด ก่อนมีความเสี่ยง 2-4ชั่วโมง 1 เม็ด, หลังความเสี่ยง 24 ชั่วโมงและอีก 1 เม็ดที่ 48 ชั่วโมงหลังมีความเสี่ยง ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า on-demand PrEP แต่ปัจจุบันยังไม่จัดว่าเป็นวิธีมาตรฐานที่แนะนำให้ใช้โดยทั่วไป
สาเหตุที่ต้องรับยาเพร็พ (PrEP)
การใช้ยาเพื่อป้องกันก่อนการสัมผัสโรค (pre-exposure prophylaxis; PrEP) หรือยาต้านก่อนเสี่ยงนั้น เพื่อให้ร่างกายมีระดับยาที่เพียงพอในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยต้องจะรับประทานยาติดต่อกันทุกวันตลอดช่วงที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ และการใช้ยาในลักษณะนี้จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจเลือดก่อนเริ่มยาว่าตนไม่มีเชื้อ HIV อยู่ก่อนแล้วใครบ้างที่ควรได้รับยาเพร็พ (PrEP)
- เป็นเพศชายที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับผู้ชายคนอื่นและไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยเป็นประจำ
- มีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามที่มีเชื้อเอชไอวีและคุณต้องการที่จะมีบุตร
- คู่ครองของคุณมีเชื้อเอชไอวีแต่ไม่รับประทานยาต้านเชื้อเอชไอวี และไม่ใช้ถุงยางอนามัยเป็นประจำ
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่ไม่ทราบผลเลือดและมีการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
- ผู้ที่คู่นอนเป็นผู้ติดเชื้อ HIV (ยาควรได้รับการพิจารณาจ่ายโดยแพทย์)
ยาเพร็พ (PrEP) ป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้กี่เปอร์เซ็นต์
การใช้ยา PrEP อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง โดยกินต่อเนื่องทุกวันไปอย่างน้อย 7 วันก่อนที่จะมีความเสี่ยง จะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ได้มากกว่า 90 % ส่วนในกรณีของผู้ใช้ยาเสพติดแบบฉีด สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงได้ถึง 70%ต้องกินยาเพร็พ (PrEP) นานแค่ไหน
การกิน PrEP ที่จะได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้นควรต้องกินต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วันก่อนที่มีความเสี่ยงในการรับเชื้อ HIV และกินยาอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน และเมื่อจะหยุดกินยาให้หยุดกินหลังจากมีความเสี่ยงครั้งสุดท้ายไปแล้วนาน 4 สัปดาห์
ใช้ยาเพร็พ (PrEP) ต้องใช้ถุงยางด้วยเหรอ ?
การใส่ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างเช่น ซิฟิลิส หรือเริมได้ดีที่สุด ดังนั้นการกิน PrEP เพื่อป้องกันการติดเชื้อ จึงเหมือนเป็นทางเลือกเสริม ดังนั้นถ้าเราอยากจะป้องกันให้ดีที่สุด ก็ควรกิน PrEP และใช้ถุงยางอนามัยด้วย เพราะหากพลาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป (เช่น ถุงยางแตก หรือคู่ไม่ยอมใส่ หรือลืมกิน PrEP) ก็มีอีกอย่างที่ช่วยป้องกันเราจากการติดเชื้อเอชไอวีได้ทำไงถ้าลืมทานยาเพร็พ (PrEP)
หากลืมกินยา หรือกินยาไม่ตรงเวลาอย่างต่อเนื่อง สามารถ รัประทานห่างกันได้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง หากลืมเมื่อใด แล้วนึกออกให้รับประทานทันที แต่หากลืมเกิน 7 วัน ให้เริ่มนับ 1 ใหม่ยาเพร็พ (PrEP) ฟรี
การรับยา PrEP สามารถเข้ารับบริการได้ตามสถานบริการของรัฐ เอกชน หรือคลินิกเฉพาะทางที่มีแพทย์ประจำ เนื่องจากการรับยาต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของแพทย์ และจำเป็นจะต้องมีการตรวจเลือดทุกครั้งที่รับยา เพื่อความปลอดภัย และลดผลข้างเคียงที่อาจจะตามมาได้หลังจากการรับยายาเพร็พ (PrEP) ซื้อที่ไหน
การรับยา PrEP ต้องได้รับผ่านสถานพยาบาลเท่านั้น ก่อนรับยา PrEP จะต้องมีการตรวจเลือดเพื่อเช็คสุขภาพโดยรวม รวมทั้งตรวจเช็คผล HIV ของผู้ที่จะรับยาด้วย เนื่องจากยา PrEP จะใช้กับผู้ที่มีผล HIV เป็นลบเท่านั้น โดยสถานพยาบาลจะจ่ายยา PrEP ให้ไปทานไม่เกิน 3 เดือน หากจะรับยาเพิ่มต้องมีการกลับมาเจาะเลือดเพื่อตรวจ HIV ใหม่ทุกครั้งก่อนรับยา อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ :- PrEP (เพร็พ) ยาป้องกันต้านเชื้อ hiv และ โรคเอดส์ คืออะไร ราคาเท่าไหร่ https://www.bangkoksafeclinic.com/th/prepเพร็พ/
- เพร็พ ป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส https://endinghiv.org.au/th/stay-safe/prep/prep-factsheet-thai/
📚 แหล่งอ้างอิง
ข้อสงวนสิทธิ์ทางการแพทย์: ข้อสงวนสิทธิ์: ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยหาสถานที่และเตรียมการเข้าถึงบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัย คำแนะนำจากแพทย์ หรือการยืนยันสิทธิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดโทรยืนยันกับสถานบริการก่อนเดินทาง